“The brain is the organ of destiny. It holds within its humming mechanism secrets that will determine the future of the human race.”
Wilder Penfield
“เนื้องอกอยู่ที่เบ้าตา ทำไมต้องผ่าเปิดกะโหลกศีรษะด้วย?”
“คุณจำเป็นต้องทำผ่าตัดโดยการเปิดกะโหลกศีรษะนะครับ” ประโยคนี้คงเป็นสิ่งที่คนไข้ไม่อยากได้ยินมากที่สุด โดยเฉพาะถ้ามีปัญหาอยู่ที่ในเบ้าตาเท่านั้น เนื่องจาก “เปิดกะโหลกศีรษะ” ไม่ได้ฟังดูน่ากลัวเท่านั้น แต่มันมีความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นจริง!!! ตัวอย่าง(ซึ่งคงไม่มีหมอคนไหนอยากให้เกิด) เช่น เลือดออกมากขึ้น มีโอกาสสมองบาดเจ็บจากการดึงรั้ง เกิดการชักหลังผ่าตัด น้ำเลี้ยงสมองรั่ว ฯลฯ แค่ฟังก็เครียดแล้วไหมครับ ถ้าอย่างนั้นเราจะได้ประโยชน์อะไรจากการเปิดกะโหลกศีรษะกันล่ะ? ตัวอย่างผู้ป่วยรายนี้(ได้รับอนุญาตจากผู้ป่วยแล้ว) มีเนื้องอกของเส้นเลือดขนาดใหญ่(มาก!!!) ทำให้ตาขวาโปนออกมาชัดเจนและสูญเสียลานสายตาไปบางส่วน…
โรคปวดเส้นประสาทใบหน้า
“ถ้าหายปวดได้ แม้หูหนวกข้างเดียวก็คุ้มมากครับหมอ” (ได้รับความยินยอมให้เผยแพร่จากผู้ป่วยแล้ว) เป็นประโยคสนทนาที่หมอคุยกับผู้ป่วยท่านหนี่ง และเป็นหนึ่งในประโยคคำตอบที่น่าจะอธิบายความเจ็บปวดทรมานของผู้ป่วยจาก “โรคปวดเส้นประสาทใบหน้า”ได้ชัดเจนมากที่สุดเท่าที่หมอเคยฟังมาเลยครับ ความเจ็บปวดเป็นอาการทางระบบประสาทที่พบบ่อยเมื่อเกิดอันตรายต่อระบบประสาท เป็นอาการที่ก่อให้เกิดความทุกข์ทรมานแก่ผู้ป่วยมากที่สุดแต่เป็นอาการที่ตรวจได้ยากที่สุดเนื่องจากต้องอาศัยคำบอกเล่าของผู้ป่วยเท่านั้น เช่น ปวดระดับไหน (จาก 1-10) และไม่สามารถดูได้จากการตรวจร่างกายอื่นๆเลย โรคปวดเส้นประสาทใบหน้า (Trigeminal neuralgia) เป็นโรคที่พบได้บ่อยโดยผู้ป่วยมักมีอาการปวดคล้ายไฟฟ้าช็อตช่วงสั้นๆบริเวณใบหน้าข้างใดข้างหนึ่ง อาการสามารถเกิดซ้ำได้ถี่ๆตลอดวัน และอาจมีปัจจัยกระตุ้นเช่นการสัมผัสใบหน้า…
“โลกหายไปครึ่งหนึ่ง”
หมอเคยพูดไปแล้วว่าสมองคนเรามี 2 ข้าง ในคนส่วนใหญ่สมองข้างซ้ายจะถือว่าเป็นข้างที่ “สำคัญ” เพราะเป็นด้านที่เกี่ยวข้องกับภาษาและความผิดปกติที่เกิดขึ้นจะเห็นได้ชัดเจน เช่น พูดไม่ได้ ฟังไม่เข้าใจ ดังนั้นการผ่าตัดเนื้องอกที่เกิดกับสมองข้างซ้ายหมอผ่าตัดจะมีความกังวลมากว่าผู้ป่วยจะผิดปกติหรือไม่ และมีโอกาสต้องทำผ่าตัดแบบตื่นรู้ตัวในกรณีที่ใกล้กับบริเวณที่ “สำคัญ” แต่กับสมองข้างขวาแล้ว หมอผ่าตัดส่วนใหญ่มักจะไม่ทำผ่าตัดแบบตื่นเพราะถือว่าเป็นสมองข้างที่ “ไม่สำคัญ” เนื่องจากความผิดปกติที่เกิดขึ้นจะเห็นได้ไม่ชัดเจน ผู้ป่วยจะพูดอ่านเขียนได้ไม่พิการ แต่จะมีลักษณะ “แปลก”…
